ครอบครัวไทยตั้งทรัสต์ที่สิงคโปร์ได้ไหม และมีอะไรที่ทรัสต์แก้ไม่ได้
ตั้งได้ และครอบครัวไทยจำนวนมากก็ทำ เพราะกฎหมายไทยไม่เหลือทางเลือกอื่น มาตรา 1686 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในรูปแบบปัจจุบันบัญญัติว่า อันว่าทรัสต์นั้น จะก่อตั้งโดยตรงหรือโดยอ้อมด้วยพินัยกรรมหรือด้วยนิติกรรมใด ๆ ที่มีผลในระหว่างชีวิตก็ดีหรือเมื่อตายแล้วก็ดี หามีผลไม่ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเพื่อการก่อตั้งทรัสต์เท่านั้น กฎหมายเช่นว่านั้นในประเทศไทยมีฉบับเดียว คือพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2551 มาตรา 12 จำกัดผู้ก่อตั้งทรัสต์ไว้เฉพาะบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และนิติบุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และมาตรา 16 ทำให้การก่อตั้งนอกกรอบนั้นเป็นโมฆะ ส่วนมาตรา 90 (2) แห่ง Trustees Act 1967 ของสิงคโปร์บัญญัติว่าไม่มีหลักเกณฑ์เรื่องการรับมรดกหรือการสืบมรดกใดกระทบความสมบูรณ์ของทรัสต์ โดยมีเงื่อนไขสี่ข้อที่แทบไม่มีครอบครัวใดตรวจ
อ่านภาษาอื่น: EN · 简体 · 繁體 · ไทย · ID
คำตอบจากกฎหมายไทยเอง ไม่มีทรัสต์ส่วนบุคคล และมีร่างกฎหมายที่ค้างอยู่
มาตรา 1686 สั้นและเด็ดขาด ในรูปแบบที่แก้ไขพร้อมกับกฎหมายทรัสต์ตลาดทุน มาตรานี้บัญญัติว่าทรัสต์ซึ่งก่อตั้งโดยตรงหรือโดยอ้อมด้วยพินัยกรรมหรือด้วยนิติกรรมใด ๆ ที่มีผลระหว่างมีชีวิตหรือเมื่อตายแล้ว ย่อมไม่มีผล เว้นแต่อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเพื่อการก่อตั้งทรัสต์ ประเทศไทยมีกฎหมายเช่นว่านั้นเพียงฉบับเดียว พระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2551 และมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวัน สำนักงานเศรษฐกิจการคลังจัดกฎหมายฉบับนี้ไว้ในบัญชีกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน มาตรา 12 อนุญาตให้ผู้ก่อตั้งทรัสต์มีได้เพียงสามประเภท คือ บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ผู้จำหน่ายสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจ และนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
มาตรา 16 ปิดประตูบานสุดท้าย การก่อตั้งทรัสต์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรา 11 หรือมาตรา 12 หรือมีทรัสตีที่ไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ย่อมเป็นโมฆะ บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยจึงก่อตั้งทรัสต์ครอบครัวในประเทศไทยไม่ได้เลย ไม่ใช่ทำได้แบบไม่สมบูรณ์ ไม่ใช่ทำได้บางส่วน และไม่ใช่ทำได้โดยยอมรับความเสี่ยงเอง กระทรวงการคลังเองก็พูดเรื่องนี้ด้วยถ้อยคำของตัวเอง เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการร่างพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อการจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคล และแถลงข่าวกระทรวงการคลังฉบับที่ 113/2561 ระบุวัตถุประสงค์ไว้ว่าเพื่อเป็นเครื่องมือบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับเจตจำนงในการส่งต่อทรัพย์สินไปยังทายาทรุ่นถัดไป และเพื่อช่วยลดการนำทรัพย์สินออกไปบริหารจัดการนอกประเทศ ร่างดังกล่าวกำหนดระยะเวลาจัดการกองทรัสต์ไม่เกิน 100 ปี และให้ทรัสตีต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ร่างฉบับนั้นยังไม่เป็นกฎหมาย ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2569 สำนักงานเศรษฐกิจการคลังยังคงระบุพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 เป็นกฎหมายทรัสต์ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ขณะที่ร่างกฎหมายทรัสต์เพื่อการจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคลยังอยู่ในคลังเอกสารรับฟังความคิดเห็น พร้อมทั้งร่างฉบับเต็มและรายงานสรุปผลการรับฟัง สื่อไทยรายงานเมื่อปี 2564 ว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษมีความเห็นแย้งต่อร่างนี้ ซึ่งเป็นรายงานข่าว มิใช่บันทึกทางการ และนำเสนอไว้ในฐานะนั้น สถานะในทางปฏิบัติสำหรับครอบครัวไทยในปี 2569 จึงไม่ต่างจากปี 2561 คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่ว่าจะมองออกไปนอกประเทศหรือไม่ แต่คือโครงสร้างนอกประเทศทำอะไรได้จริงบ้าง
มาตรา 90 เขียนว่าอะไร และมีเงื่อนไขสี่ข้ออะไรบ้าง
มาตรา 90 ถูกเพิ่มเข้าไปใน Trustees Act 1967 โดย Trustees (Amendment) Act 2004 ซึ่งมีผลใช้บังคับวันที่ 15 ธันวาคม 2547 อนุมาตรา (2) คือประโยคที่โบรชัวร์ทุกฉบับหยิบไปอ้าง กล่าวคือ ไม่มีหลักเกณฑ์ใดเกี่ยวกับการรับมรดกหรือการสืบมรดกที่จะกระทบความสมบูรณ์ของทรัสต์ หรือของการโอนทรัพย์สินเพื่อให้ถือไว้ภายใต้ทรัสต์ หากผู้ก่อตั้งหรือผู้โอนมีความสามารถตามอนุมาตรา (1) และอนุมาตรา (1) ให้ถือว่ามีความสามารถหากมีความสามารถตามกฎหมายที่ใช้บังคับในสิงคโปร์ กฎหมายแห่งภูมิลำเนาหรือสัญชาติของผู้นั้น หรือกฎหมายที่ใช้บังคับแก่การโอน ส่วนอนุมาตรา (5) เพิ่มว่าการที่ผู้ก่อตั้งสงวนอำนาจการลงทุนหรืออำนาจบริหารทรัพย์สินไว้กับตนเองไม่ทำให้ทรัสต์เสียไป ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ก่อตั้งที่ยังไม่ยอมปล่อยมือจากพอร์ต
เงื่อนไขอยู่ในอนุมาตรา (3) และนี่คือจุดที่ครอบครัวเสียความคุ้มครองไปโดยไม่รู้ตัว อนุมาตรา (1) ไม่ใช้บังคับเลยหากในเวลาที่ก่อตั้งทรัสต์หรือโอนทรัพย์สิน ผู้ก่อตั้งเป็นพลเมืองสิงคโปร์หรือมีภูมิลำเนาในสิงคโปร์ และใช้บังคับแก่ทรัสต์เฉพาะเมื่อทรัสต์นั้นระบุไว้ว่าอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายสิงคโปร์ และทรัสตีมีถิ่นที่อยู่ในสิงคโปร์ อีกทั้งอนุมาตรา (1) พูดถึงผู้ที่ก่อตั้งทรัสต์หรือโอนสังหาริมทรัพย์เข้าทรัสต์ที่มีอยู่แล้วในระหว่างที่ตนยังมีชีวิตอยู่ กล่าวคือ ระหว่างมีชีวิต และเป็นสังหาริมทรัพย์ การโอนบนเตียงคนไข้ไม่ใช่สิ่งที่มาตรานี้พูดถึง อสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่สิ่งที่มาตรานี้พูดถึง และสัญญาที่อยู่ภายใต้กฎหมายอื่นโดยมีทรัสตีอยู่ที่อื่นก็ไม่ใช่สิ่งที่มาตรานี้พูดถึง เงื่อนไขสี่ข้อ ตรวจได้ในบ่ายวันเดียว และแต่ละข้อคือช่องทางที่เกราะหลุดไปอย่างเงียบ ๆ
ยังมีกลไกอีกสองเรื่องที่ควรรู้ ตามมาตรา 89 บทบัญญัติเรื่องกำหนดเวลาห้ามผูกพันทรัพย์สินใน Civil Law Act ใช้บังคับแก่ทรัสต์ที่ก่อตั้งตั้งแต่การแก้ไขปี 2547 เป็นต้นมา และมาตรา 32 แห่งกฎหมายฉบับนั้นกำหนดระยะเวลาไว้ที่ 100 ปี หรือน้อยกว่านั้นตามที่ระบุในตราสาร โดยหากตราสารระบุยาวกว่านั้นให้ถือเป็น 100 ปี และความเป็นส่วนตัวในสิงคโปร์คือการไม่มีทะเบียนสัญญาทรัสต์สาธารณะ ไม่ใช่การไม่มีผู้กำกับดูแล เพราะตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2568 Part 7 ของ Trustees Act ว่าด้วยความโปร่งใสและการควบคุมที่มีประสิทธิผล (ซึ่งอยู่ในกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2017) กำหนดให้มี Commissioner of Trust Enforcement พร้อมอำนาจตามกฎหมายในการเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ เรียกเอกสาร และยึดทรัพย์สิน หน้าเว็บที่ขายความลับโดยไม่บอกเรื่องนี้ กำลังขายข้อเท็จจริงของปี 2558 ในปี 2569
สิ่งที่ทรัสต์แก้ไม่ได้
แก้ภาษีไทยไม่ได้ ประเทศไทยเก็บภาษีจากทายาท ไม่ใช่จากกองมรดก และทายาทสัญชาติไทยถูกประเมินสำหรับทรัพย์สินทั้งในและนอกประเทศ ดูหน้าที่ว่าด้วยคำถามว่าภาษีมรดกของไทยเก็บถึงทรัพย์สินของพ่อในสิงคโปร์หรือไม่ ส่วนคำถามว่าเงินที่ผู้รับประโยชน์ได้จากทรัสต์ซึ่งผู้ก่อตั้งจัดตั้งไว้ระหว่างมีชีวิตถือเป็นมรดกที่ได้รับจากเจ้ามรดกตามกฎหมายไทยหรือไม่ เป็นคำถามเรื่องการจัดประเภทบนเอกสารจริง เป็นงานที่ที่ปรึกษาภาษีไทยได้รับค่าตอบแทนให้ตอบตามข้อเท็จจริง และหน้านี้ไม่ตอบแทน การมองโครงสร้างว่าเป็นคำตอบทางภาษี แทนที่จะเป็นคำตอบเรื่องอำนาจควบคุมซึ่งยังมีคำถามภาษีติดอยู่ คือวิธีที่ครอบครัวจบลงด้วยการต้องปกป้องจุดยืนที่ไม่เคยทดสอบ
แก้เรื่องสินสมรสไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสเป็นสินสมรสซึ่งคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่มีส่วนของตนเองอยู่ครึ่งหนึ่ง และส่วนนั้นต้องแบ่งออกก่อนที่จะมีการแบ่งปันทรัพย์มรดกใด ๆ มาตรา 90 (2) คุ้มครองทรัสต์สิงคโปร์จากหลักเกณฑ์เรื่องการรับมรดกหรือการสืบมรดก แต่สิทธิเรียกร้องในสินสมรสไม่ใช่หลักเกณฑ์เรื่องมรดก และการอ่านมาตรานี้ให้ครอบคลุมถึงสินสมรสเป็นการอนุมานที่หน้านี้ไม่ทำ ผู้ก่อตั้งที่นำทรัพย์สินซึ่งเป็นสินสมรสไปจัดตั้งทรัสต์ ยังไม่ได้แก้ปัญหาสถานะของภริยา เพียงแต่ย้ายปัญหานั้นไปอยู่ในอีกเวทีหนึ่ง พร้อมข้อโต้แย้งที่ยาวขึ้นว่าทรัพย์นั้นเป็นของท่านที่จะเอาไปจัดตั้งได้จริงหรือไม่
และย้ายที่ดินในประเทศไทยไม่ได้ ประมวลกฎหมายที่ดินจำกัดการถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินของคนต่างด้าว และทรัสตีสิงคโปร์คือคนต่างด้าว ที่ดินในประเทศไทยจึงอยู่ในประเทศไทยต่อไป อยู่ในกองมรดกไทยและอยู่ในศาลไทย สิ่งที่ทรัสต์สิงคโปร์ถือได้คือหุ้น กองทุน และเงินฝาก ซึ่งตามปกติก็ตรงประเด็นอยู่แล้ว เพราะในธุรกิจครอบครัวไทยส่วนใหญ่มูลค่าอยู่ที่หุ้น ไม่ได้อยู่ที่โฉนด ที่เหลือขึ้นอยู่กับจังหวะเวลา ทรัพย์สินที่จัดเข้าโครงสร้างขณะที่ผู้ก่อตั้งยังแข็งแรง บนเอกสารที่ครอบครัวได้อ่านแล้ว ย่อมเป็นไปตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์ ส่วนทรัพย์สินที่ยังอยู่ในชื่อท่านในวันที่ท่านจากไป ย่อมเป็นไปตามกฎหมายมรดกไทย ไม่ว่าใครตั้งใจไว้อย่างไร หน้าต่างบานนี้วัดกันด้วยวันที่บนเอกสาร ไม่ใช่ด้วยผลตรวจของแพทย์